รถยนต์ไฟฟ้า ดูแลรักษายังไง?




หลังจากตกลงปลงใจ ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งาน เพราะได้ยินหรือรับรู้มาว่า รถยนต์ไฟฟ้านั้นไม่ต้องการการดูแลรักษามากเท่ากับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายของเหลวหรือเปลี่ยนไส้กรองต่างๆ ไม่ต้องดูแลระบบจุดระเบิด ระบบไฟ หรือระบบระบายความร้อน แต่จริงๆ แล้ว อะไรก็ตามที่เป็นเครื่องจักรกล โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีการเคลื่อนที่ขณะใช้งาน ก็ย่อมต้องการการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานเหมือนกันละครับ เพียงแต่รถยนต์ไฟฟ้านั้น มีจุดที่จะต้องดูแลบำรุงรักษาน้อยกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในเท่านั้นเอง  

มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน
มอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งรับหน้าที่ในการขับเคลื่อน ไม่ต้องการการบำรุงรักษาในระดับเดียวกับเครื่องยนต์สันดาป ไม่ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือแม้แต่เปลี่ยนไส้กรองก็จริง แต่ควรนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้าไปตรวจสอบระบบขับเคลื่อน โดยเฉพาะมอเตอร์ราคาแพง ตามระยะการใช้งาน กับศูนย์บริการที่ใช้ช่างมีประสบการณ์เฉพาะด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้า หลีกเลี่ยงการลุยน้ำท่วมขังที่มีระดับความสูงเกิน 30 เซนติเมตร มอเตอร์ขับเคลื่อน มีราคาไม่ถูกนะครับ ราคาของมอเตอร์จะลดหลั่นกันไปกับราคาของรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีทั้งแบบธรรมดาและมีประสิทธิภาพสูง ส่วนราคาก็มีตั้งแต่แสนกว่าบาท หลายแสนไปจนถึงตัวละเป็นล้านครับ

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์
รถยนต์พลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ มักจะใช้เกียร์อัตโนมัติความเร็วเดียว (Electric Motor Single speed Transmission for EV) แต่บางรุ่นที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงก็เป็นแบบสองสปีด เกียร์ single speed ทำหน้าที่ทดรอบมอเตอร์ จึงมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะทางของการใช้งาน เพื่อทำให้ระบบหล่อลื่นของชุดเกียร์และมอเตอร์ สามารถขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่น เป็นปกติในระหว่างการใช้งาน น้ำมันเกียร์ของรถยนต์ไฟฟ้า ควรเปลี่ยนเมื่อขับใช้งานถึงระยะทางที่กำหนด

ควบคุมระยะเวลาของการชาร์จ
ถ้าเป็นไปได้ การชาร์จไฟแบบค่อยๆ ปล่อยให้กระแสไฟไหลเข้าไปในแบตเตอรี่ ด้วยการชาร์จแบบปกติหรือ AC อาจต้องรอนาน 6-8 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ เนื่องจากการชาร์จเร็วด้วยไฟ DC นั้นจะทำให้แบตเตอรี่มีอุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบระบายความร้อนของแบตฯ ต้องทำงานหนัก ถ้ามีเวลามากพอ เมื่อขับมาถึงบ้าน ควรเสียบปลั๊กชาร์จไฟฟ้าให้แบตเตอรี่อยู่ในสถานะเต็ม 100% การชาร์จไฟด้วยระบบชาร์จเร็วบ่อยครั้ง หรือชาร์จไฟต่ำเกินไปจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลง ประเทศไทยมีอากาศร้อนตลอดทั้งปี ควรระมัดระวังขณะชาร์จด้วยไฟ DC เพราะจะทำให้แบตฯ ร้อนจัดและระบบระบายความร้อนของชุดแบตเตอรี่ต้องทำงานอย่างหนัก

ยาง
โดยทั่วไปถ้าไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง มีแรงบิดมหาศาล 800-1,000 นิวตันเมตร ยางติดรถมาจากโรงงาน สามารถใช้งานได้ประมาณ 30,000-40,000 กิโลเมตร ซึ่งเท่ากับยางของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไป แต่อายุการใช้งานของยาง จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวถนนที่วิ่งเป็นประจำ น้ำหนักบรรทุก และลักษณะของการขับขี่ ที่จะส่งผลต่ออายุการใช้งานของยางโดยตรง ขับไม่เร็ว ไม่บรรทุกหนัก ถนนอยู่ในสภาพดี มีลมยางตรงตามที่คู่มือระบุ ยางก็อยู่รับใช้ได้นานปี แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบขับเร็ว ใช้เบรกหนักๆ ยางและผ้าเบรกก็ต้องเปลี่ยนไวกว่าการขับแบบเรื่อยๆ ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด อย่าลืมตรวจสอบแรงดันลมยาง เติมลมยางตามที่กำหนดมาในคู่มือการใช้งาน หรือเติมเผื่อสักสองถึงสามปอนด์ เมื่อต้องขับเดินทางไกล  

ในระหว่างการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า ช่างซ่อมบำรุงในศูนย์บริการ จะนำแล็ปท็อปมาเชื่อมต่อสายข้อมูลของยานพาหนะไฟฟ้าเพื่อทำการตรวจสอบระบบต่างๆ ซึ่งรวมถึงสภาพของแบตเตอรี่ แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ สถานะการชาร์จ อุณหภูมิของแบตเตอรี่ สถานะการสื่อสารของระบบขับเคลื่อน โดยทั่วไปรถยนต์ไฟฟ้า ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ ปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายสนับสนุนการอัปเดตซอฟต์แวร์ด้วยระบบอินเทอร์เน็ตในรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อมีเวอร์ชันใหม่แล้วต้องการติดตั้ง เจ้าของสามารถขออัปเกรดซอฟต์แวร์รถของตนได้ผ่านการอัปเกรดทางอากาศ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม…